เรื่องเพศและการสืบพันธุ์ ถือเป็นลักษณะทางธรรมชาติของมนุษย์ หรือเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์เลยก็ว่าได้ จะเห็นได้จากนักจิตวิทยาสาขา Humanism อย่าง Abraham Maslow ได้จัดลำดับชั้นความต้องการของมนุษย์ไว้ 5 ชั้น หรือที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า Maslow’s Hierarchy of Needs โดยเขาได้จัด “ความต้องการด้านการสืบพันธุ์ หรือความต้องการทางเพศ” ของมนุษย์ไว้ในลำดับขั้นแรก ซึ่งเป็นขั้นที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมนุษย์ 

Maslow's needs hierarchy

                ฝ่ายที่มีการเรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายการค้าบริการทางเพศของโสเภณีในประเทศไทย คงตระหนักแค่เพียงว่า เรื่องเพศ เป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่แปลก และคงเห็นว่าสังคมกีดกันเรื่องเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง จริงๆ แล้วการค้าบริการทางเพศ เป็นการทำการตลาดบนความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ โดยมีมนุษย์เป็น Products and Services หากมีการเปิดการค้าบริการทางเพศอย่างเสรี อาจนำมาซึ่งการเติบโตของเม็ดเงินภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จนนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ

                ผมคิดว่าฝ่ายที่เรียกร้อง คงละเลยลักษณะบางอย่างที่มีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งยวดไป หากเราพิจารณาว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับมนุษย์ เป็นเรื่องธรรมดาๆ ผมก็เห็นด้วย เพราะว่าคุณคิดถูก แต่คุณลืมไปว่า นั่นคือธรรมชาติของมนุษย์ในมุมมองของ “สิ่งมีชีวิต” ตัวหนึ่งเท่านั้น... อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น อะไรทำให้เราแตกต่างจากสัตว์ แตกต่างจากฝูงหมาป่า แตกต่างจากบรรดาสัตว์เดียรัจฉานทั้งหลาย? มันคือ “ศีลธรรม” และ “วัฒนธรรม” มิใช่หรือ

หากเราคิดเพียงว่า การค้าบริการเป็นเรื่องธรรมชาติ เราก็คงจะไม่แตกต่างอะไรจากสัตว์ทั่วไป แต่เสียหน่อยเดียว.. สำหรับเราการสืบพันธุ์แบบนี้ ต้องเสียเงินด้วย.. แต่ของสัตว์นั้นได้ฟรี ๆ ไม่มีเรื่องระบบทุนนิยมหรือบริโภคนิยมมาแทรกซึมให้ต้องปวดหัว

                ศีลธรรมและวัฒนธรรม เป็นความสามารถที่มีอยู่เฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์” เท่านั้น เนื่องจากมีความเชื่อกันอย่างกว้างขวางและเป็นที่ยอมรับกันโดนทั่วไปว่ามนุษย์เท่านั้นที่สามารถเรียนรู้ และตัดสินความดี ความชั่วได้ มนุษย์มีมโนธรรมสำนึกว่าสิ่งใดจะเป็นผลดี และผลเสีียย ตอนนี้ผมยังไม่ได้บอกว่า “การค้าบริการทางเพศสำหรับโสเภณี” เป็นสิ่งที่ดีหรือชั่ว แต่อย่างหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงก็คือ “ปัญหาที่เกิดขึ้น” จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเปลี่ยนกฎหมาย ยอมให้มีการค้าบริการทางเพศเป็นสิ่งเสรี? ถ้ามองในแค่เฉพาะปัจจุบัน แม้ว่าการค้าบริการทางเพศจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เป็นสิ่งที่ห้ามกระทำ แต่กระนั้นก็ยังมีการค้าบริการอย่างแพร่หลาย และความเสื่อมโทรมของสังคมก็มีอยู่ดาษดื่น เช่น ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาการค้ามนุษย์ การเกิดขึ้นของบรรดาพ่อเล้าแม่เล้า กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางสังคม ปัญหาความรุนแรงในเด็ก และอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่เรายังเห็นได้ และคงจะเป็นการคิดสั้นหรือจุดฉนวนระเบิดเวลา ถ้าหากยอมให้เกิดการค้าเสรีทางเพศขึ้นมา ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะรุนแรงขึ้น บางทีคุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับผม เพราะบางประเทศที่มีการค้าบริการทางเพศอย่างเสรี ก็มีการควบคุมโรคติดต่ออย่างเข้มงวด มีการจัดโซน จัดระเบียบบรรดาโสเภณี และผมคิดว่าจริงอยู่ที่ปัญหาเหล่านี้สามารถควบคุมได้หากได้รับการร่วมมือจากบรรดาผู้ค้าบริการและบรรดาผู้ใช้บริการทั้งหลาย แต่ปัญหาอย่างอื่นละครับ? คุณจัดการได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากโสเภณีได้กลายเป็น "อาชีพให้ความสุข" แล้ว มีระบบบริหารจัดการ การตรวจสอบ มีการยินยอมตามเจตจำนงค์ในตัวของโสเภณีเอง มีการควบคุมทางกฎหมายอย่างรัดกุมแล้ว (ไม่ใช่ "เสรี") และที่สำคัญ หากสังคมเปิดและให้การยอมรับ ผมก็คงไปขัดขวางอะไรไม่ได้

ภาพ: โซนการค้าบริการทางเพศในเมืองอัมสเตอร์ดัม

                แล้วสังคมเราตอนนี้พร้อมหรือยังสำหรับการเปิด "โสเภณีเสรี" ? (โดยไม่มีกฎหมายควบคุม) หากคุณมองเพียงว่า คนที่ทำอาชีพนี้มีรายได้สูง จึงล่อใจให้คนจำนวนมากอยากเข้ามาทำ เป็นอาชีพที่ไม่มีโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ไหนเปิดสอน (หรืออาจจะมีก็ได้?) เป็นอาชีพที่ไม่ต้องมานั่งท่องตำรับตำราเตรียมสอบ ก็สามารถได้รับรายได้อย่างงาม เพียงมอบคุณสุขให้ผู้ใช้บริการไม่กี่ชั่วโมง  ถ้าหากการขายบริการเป็นอาชีพเสรีอาชีพหนึ่งแล้ว อนาคตเด็กไทยคงอยากจะเป็นโสเภณีกันมากมาย? หรืออาจได้ยินคำตอบจากเด็กว่า “โตขึ้นหนูอยากเป็นโสเภณีค่ะ”  เพราะถือเป็นอาชีพหนึ่งที่ไม่ต้องเรียน แต่อาจได้รายได้เยอะกว่าข้าราชการระดับสูงเสียอีก ที่อุตส่าห์นั่งเรียนมาหลายสิบปี

                จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเราจะพบความฉลาดล้ำเลิศในฐานะผู้ทรงภูมิปัญญาของมนุษย์ และระบบของศีลธรรม ที่คำนึงถึงฉนวนหรือเหตุแห่งความเสื่อมโทรมได้ว่า “การค้าประเวณี” คือต้นเหตุแห่งปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา ดังนั้นศีลธรรมและกฎหมายอาญาจึงเสมือนเครื่องมือยับยั้งพฤติกรรมอันเสื่อมโทรมที่ล่อแหลมต่อโครงสร้างทางสังคม หากไร้ซึ่งกฎหมายที่ควบคุมการค้าประเวณีแล้วไซร้ แม้ว่าจะมีบรรทัดฐานอื่นเข้ามาควบคุมดูแลตรงนี้ แต่ก็เป็นบรรทัดฐานที่ยากต่อการตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่ก่ออาชญากรรมเกี่ยวกับการค้าประเวณี การมีกฎหมายเข้าควบคุมการค้าประเวณี จึงเป็นอีกบรรทัดฐานที่จะมาช่วยตอกย้ำความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพของสังคม แต่อย่างไรก็ตามในตัวบทกฎหมายก็ต้องมีการพิจารณาถึงคอนเซปต์ระหว่างเสรีภาพและผลประโยชน์ของรัฐพร้อม ๆ กัน

edit @ 3 Feb 2014 17:01:07 by Queto

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับ :)
ใช่เลยครับ.. เวลาเราเกิด needs ต่างๆ ก็จะพยายามอ้างโน่นนี่ เพื่อให้ได้มันมา แต่ลืมคิดในเชิงเหตุผลหรือเชิงคุณค่าอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือหรือสูงกว่า needs ระดับล่างๆ จนเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา

#2 By Queto on 2012-05-30 05:54

"หากเราคิดเพียงว่า การค้าบริการเป็นเรื่องธรรมชาติ เราก็คงจะไม่แตกต่างอะไรจากสัตว์ทั่วไป แต่เสียหน่อยเดียว.. สำหรับเราการสืบพันธุ์แบบนี้ ต้องเสียเงินด้วย.. แต่ของสัตว์นั้นได้ฟรีๆ ไม่มีเรื่องระบบทุนนิยมหรือบริโภคนิยมมาแทรกซึมให้ต้องปวดหัว"

เจอประโยคนี้ก็ตองสะดุดคิดแล้วนะ
ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เวลาที่มนุษย์คิดอะไรสักอย่าง
ต้องการอะไรสักอย่าง
ก็มักจะหาเหตุผลที่(คิดว่า) ดีแล้ว มาสนับสนุนความคิดของตัวเอง
มันก็ถูก.. แต่ทีนี้ก็ตองไม่ลืมที่จะต้องคิดด้วยว่า
แล้วไอ้ผลกระทบด้านลบที่มันจะตามมาน่ะ อะไรบ้าง?
แล้วจะทำยังไงกับมัน..
ไม่ใช่ปล่อยเลยตายเลย..
อย่างที่คุณคิวโต้บอก..
"อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น อะไรทำให้เราแตกต่างจากสัตว์ แตกต่างจากฝูงหมาป่า แตกต่างจากบรรดาสัตว์เดียรัจฉานทั้งหลาย? มันคือ “ศีลธรรม” และ “วัฒนธรรม” มิใช่หรือ" Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By ' I'm E29AZA ' on 2012-05-29 06:00